การดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG (U2T for BCG and Region Development) ในครั้งนี้ข้าพเจ้านางสาวกชพร  ใจหวัง ประเภทบัณฑิต เป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินงานตำบลท่าโพธิ์ชัย อำเภอบ้านหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จากการดำเนินงานประจำเดือนสิงหาคม  มีรายละเอียดการปฏิบัติงานดังนี้

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2565 ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่ หมู่ 5 บ้านหนองกราด ณ ตำบลท่าโพธิ์ชัย เพื่อเก็บข้อมูล COD เมื่อไปถึงหมู่บ้านก็ได้ลงพื้นที่ไปพบผู้นำชุมชน หมู่ที่ 5 ซึ่งท่านมีชื่อว่านายสา สุขพันธุ์ ข้าพเจ้าได้สอบถามข้อมูลพื้นฐานของหมู่บ้าน ท่านได้ให้ข้อมูลว่า บ้านหนองกราด มีทั้งหมด 188 ครัวเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพหลัก คือ ทำนา นอกจากนี้ยังมีปลูกพืชอื่นๆ อาทิเช่น ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อย บ้านหนองกราดมีแหล่งน้ำที่สำคัญอยู่ 4 แห่ง ได้แก่ 1.คลองมะกอก 2.สระหนองกราด 3.สระประมงสวายสอ และ 4.คลองอีสานเขียว ชาวบ้านใช้เป็นแหล่งน้ำหลักๆ ในการทำการเกษตร ซึ่งจะมีน้ำให้ใช้ได้ตลอดทั้งปี ชาวบ้านบ้านหนองกราดส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทย-โคราชในการพูดคุยสื่อสาร มีวัดเป็นศูนย์รวมในการจัดกิจกรรมต่างๆ จากที่ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่ชาวบ้านให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเป็นอย่างดี การลงพื้นที่สำรวจจึงเป็นไปอย่างเรียบร้อยได้ข้อมูลครบถ้วนตามแผน

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 คณะอาจารย์ คณะวิทยากร จากมหาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และผู้ปฏิบัติงานได้ลงพื้นที่ ณ บ้านหนองบอน   หมู่ที่ 9 ตำบลท่าโพธิ์ชัย เพื่อจัดอบรมวิธีการทำกล้วยฉาบมงคลให้กับชาวบ้าน ซึ่งเป็นกล้วยฉาบรสชาติใหม่ ที่ยังไม่เคยมีที่ใดทำมาก่อน พอจัดอบรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ร่วมด้วยช่วยกันในการลงมือทำกล้วยฉาบทันที เริ่มต้นจากการปอกกล้วย เตรียมน้ำสมุนไพร ทอดกล้วย และเคลือบกล้วยด้วยสมุนไพร สมุนไพรที่ใช้ได้แก่ 1.ดอกอัญชัน 2.ใบเตย 3.ขิง 4.กระเจี๊ยบ 5.กระชาย 6.มะนาว 7.มะนาว +อัญชัน 8.ขมิ้น โดยข้าพเจ้าได้ลงมือทำกล้วยฉาบรสชาติขิง ซึ่งเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ มีความหอมอร่อย และมีคุณประโยชน์อีกด้วย ขิงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสุขภาพของใครหลายๆ คน เพราะขิงอุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย มีทั้งวิตามิน เอ บี เเละ ซี สูง เเละยังมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายทั้ง เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก เเคลเซียม ฟอสฟอรัส สามารถนำขิงมาใช้ต้มทานหรือประกอบอาหารได้ เพื่อสร้างสุขภาพที่ดี

ประโยชน์ของขิง

1.ลดอาการท้องอืด หากคุณรู้สึกท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย ให้จิบชาน้ำขิง หรือรับประทานขิงสดจะทำให้คุณรู้ดีขึ้น เพราะขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน สามารถช่วยขับลม และกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้อาการท้องอืดบรรเทาลงได้

2.ช่วยบรรเทาอาการไมเกรน จากการศึกษาพบว่า การรับประทานขิงตอนที่อาการไมเกรนใกล้กำเริบนั้น จะช่วยทำให้ความเจ็บปวดจากอาการไมเกรนลดลงได้ เพราะขิงจะไปช่วยสกัดฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการอักเสบ นอกจากนี้ขิงสามารถช่วยรักษาอาการไขข้ออักเสบ โดยพบว่าผู้ที่มีอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมหรือโรครูมาตอยด์มีอาการลดลงเมื่อบริโภคขิงผงเป็นประจำทุกวัน

3.ช่วยป้องกันมะเร็ง ขิงมีคุณสมบัติในการช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็ง โดยมีการศึกษาพบว่า ขิง ช่วยทำให้เซลล์มะเร็งภายในรังไข่ตาย เพราะในขิงมีสารเคมีธรรมชาติที่ไปช่วยกระตุ้นเอนไซม์กลูตาไธโน-เอส-ทรานสเฟอเรส ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันมะเร็งได้ นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีขิงเป็นส่วนประกอบยังช่วยลดอาการอักเสบในลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย

4.ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ ขิงสามารถบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ โดยชาวเอเชียนั้นมักจะใช้ขิง ในการช่วยบรรเทาอาการเมารถ หรือเมาเรือ นอกจากนี้ ยังมีหลายการศึกษาพบว่า ขิงสามารถช่วยป้องกันและบรรเทาอาการอาเจียนหลังจากการผ่าตัดและยังช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียนในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เข้ารับเคมีบำบัดได้อีกด้วย

จากการลงพื้นที่สามารถสรุปได้ว่าบ้านหนองกราด มีจำนวนครัวเรือน 188 ครัวเรือน มีแหล่งน้ำที่สำคัญ 4 แห่ง ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านบางส่วนได้ริ่เริ่มทำสินค้า O-TOP มาจำหน่ายนั่นคือ กล้วยฉาบ ทางคณะอาจารย์ และทีมงาน U2T  จึงได้พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วในชุมชน ให้มีรสชาติใหม่และน่าสนใจมากขึ้นจึงได้จัดอบรมการจัดทำกล้วยฉาบมงคล ซึ่งผลจากการดำเนินงานได้ผลดีเกินคาด รสชาติกล้วยฉาบที่ได้พัฒนาสูตร มีรสชาติดี กรอบ หอมอร่อย และยังมีผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย ซึ่งรสชาติที่ผ่านการทดสอบจะมีทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่ รสขิง รสอัญชัน+มะนาว รสใบเตย รสกระเจี๊ยบ และรสขมิ้น กล้วยฉาบทั้ง 5 รสชาตินี้ประกอบกันเป็นกล้วยฉาบมงคลของดีท่าโพธิ์ชัย นอกจากจะอร่อยแล้วยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย