ประวัติความเป็นมา

เป็นการรวมตัวของชาวบ้าน ที่มีการรณรงค์ลดการใช้พลังงานและหันมาใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชน จึงเกิดการรวมตัว เกิดเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเตาอั้งโล่ ต.หนองกี่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความคงทน เนื้อดินอัดแน่น มีน้ำหนักเบา มีความประณีต ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น และมีการพัฒนาคุณภาพอยู่ตลอดเวลาเกิดจากการรวมกลุ่มของคนในชุมชนที่ต้องการสืบทอดภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดเรื่องราวการรณรงค์การประหยัดพลังงาน จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชนให้กับลูกหลาน ได้มีการอนุรักษ์ไว้และนำมาประกอบเป็นอาชีพเสริมสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน การรวมกลุ่มกันของคนในชุมชนเป็นการสร้างพลัง มีการช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปัน เกิดความสามัคคี ปรึกษาหารือกัน มีการพึ่งพาอาศัยกัน

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

1.เชื้อประสม

2.ดินเหนียว

3.น้ำ

4.แกลบเผา แกลบดิบ

5.ปูนซีเมนต์สำเร็จรูป

อุปกรณ์ในการทำเตา ได้แก่ แม่พิมพ์ เครื่องปั้น เครื่องนวดดิน ไม้นวดดิน

เครื่องนวล ร่วงผึ้ง

ขั้นตอนการผลิต

  1. หมักดินเหนียวผสมน้ำพอหมาด ๆ 1 คืน
  2. นำดินเหนียว + ดินหัวเชื้อ + แกลบเผา ในอัตรา 2 : 1 : 1
  3. นำดินที่ผสมเข้าเครื่องนวดดินเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน นวดจนกว่าจะเป็นเนื้อเดียวกัน ทดสอบโดยปั้นเป็นเส้นแล้วโค้งจะไม่มีรอยแตกร้าว
  4. นำดินที่นวดแล้วไปปั้นกับแม่พิมพ์ปั้นเตา ซึ่งระหว่างที่ปั้นจะตบดินไล่อากาศไม่ให้เกิดช่องอากาศในเนื้อเตา
  5. เมื่อได้เตาตามแบบแล้ว จะโรยแกลบดำที่ฐานเตาแล้วหงายเตาขึ้นมา จึงถอดแม่พิมพ์ออกโดยใช้ไม้เคาะ เล็กน้อยเพื่อให้ถอดแม่พิมพ์ง่ายขึ้น
  6. เมื่อถอดแม่พิมพ์ออกแล้วจะประกอบแม่พิมพ์เพื่อใช้ปั้นเตาลูกต่อไป
  7. ตกแต่งเตาที่ถอดออกจากแม่พิมพ์ให้เนียนเรียบ
  8. เปิดหน้าเตา แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
  9. นำเข้าเตาอบไร้ควัน

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

ในการนำเตาไปเผาควรตากเตาที่ปั้นให้แห้งจนสนิท เพื่อป้องกันการแตกร้าว และต้องรักษาอุณหภูมิในการเผาให้คงที่อยู่ตลอดเวลา

คุณสมบัติของเตาอั้งโล่

  • มีลักษณะรูปร่างเพรียว เคลื่อนย้ายสะดวก ทนความร้อน แข็งแรงทนทาน
  • วางหม้อได้ 9 ขนาด เบอร์ 16-32
  • เส้าเตาสูงกวาขอบเตาเล็กน้อยและขอบเตาเสมอกันโดยรอบ
  • สูญเสียความร้อนน้อย
  • ช่องบรรจุถ่านเล็ก บรรจุถ่านได้ 400-500 กรัม พอเหมาะต่อ 1 มื้อ
  • รังผึ้งหนา และทนทาน
  • รูรังผึ้งเล็กและเรียว และดูดอากาศได้ดี
  • มีฉนวนกันความร้อนได้นาน
  • ถังเปลือกเตาหนา ผุกร่อนช้า
  • ความร้อนสูง 1,000-1,200 องศาเซลเซียล
  • อายุการใช้งานยาวนาน 2 ปี
  • สิ้นเปลืองถ่านน้อย ประหยัดถ่านได้ 30-40%